ปัจจุบัน ความหนาแน่นพลังงานของแบตเตอรี่ลิเธียมเหลวได้เข้าใกล้ขีดจำกัดทางทฤษฎีที่ประมาณ 350Wh/kg แล้ว ซึ่งระบบวัสดุที่มีความหนาแน่นพลังงานสูงนั้นมักจะมีความท้าทายด้านความปลอดภัยอย่างรุนแรง โดยอิเล็กโทรไลต์และแผ่นกั้นที่ติดไฟได้เป็นแหล่งความร้อนหลักที่นำไปสู่การเกิดความร้อนสูงผิดปกติ (thermal runaway)
แบตเตอรี่สถานะของแข็ง (solid-state batteries) จึงถูกมองว่าเป็นทางออกขั้นสุดท้าย โดยมีศักยภาพที่จะมีความหนาแน่นพลังงานเกิน 500Wh/kg ในอนาคต อีกทั้งยังมีความปลอดภัยที่ดีขึ้นจากการแทนที่วัสดุที่ติดไฟได้ด้วยอิเล็กโทรไลต์ชนิดแข็งที่มีความเสถียรทางความร้อนสูง
บริษัท Farasis Energy เชื่อว่าอุตสาหกรรมแบตเตอรี่จะพัฒนาไปสู่โครงสร้างที่มีเทคโนโลยีหลากหลายอยู่ร่วมกัน ได้แก่ แบตเตอรี่เหลว กึ่งแข็ง และสถานะของแข็งทั้งหมด เพื่อรองรับการใช้งานในสถานการณ์ที่หลากหลาย

แนวโน้มการพัฒนาแบตเตอรี่สถานะของแข็งจะเริ่มต้นในปี 2024 ด้วยการสำรวจและอภิปรายเกี่ยวกับประเภทของอิเล็กโทรไลต์ต่าง ๆ (เช่น ออกไซด์ ซัลไฟด์ ฯลฯ) และตามมาด้วยการสร้างสายการผลิตนำร่องโดยผู้ผลิตรายใหญ่หลายรายในปี 2025 ตั้งแต่ปี 2026 เป็นต้นไป อุตสาหกรรมจะเริ่มให้ความสำคัญกับการใช้งานจริงในยานยนต์ โดยมีการสนับสนุนจากรัฐบาลและแผนโครงการต่าง ๆ ซึ่งจะเร่งกระบวนการพาณิชย์ของแบตเตอรี่สถานะของแข็งให้เร็วขึ้น